|
|||||||||
| ติดต่อเรา หน้าแรก |
|||||||||
นิคมอุตสาหกรรม
|
การพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอุตสาหกรรม แม้จะส่งผลต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่า ขณะเดียวกันได้ส่งผลทำลายคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เสื่อมโทรม และเพิ่มความกดดันต่อการนำทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ประสบปัญหาข้างต้น แต่การพัฒนาอุตสาหกรรมในสภาพปัจจุบัน นอกจากจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนโดยรอบโรงงานอุตสาหกรรมหรือนิคมอุตสาหกรรม จนมีการต่อต้านอุตสาหกรรมเป็นระยะๆ ในขณะเดียวกันที่เมืองต่างๆ มุ่งนำอุตสาหกรรมเข้าสู่ท้องที่ของตนเพื่อพัฒนาเมือง อันส่งผลให้เกิดการจ้างงานมากขึ้นและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพื่อลดความขัดแย้งของการพัฒนาอุตสาหกรรม และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายถึงประชาชนมีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย มีการงานมั่นคง พร้อมๆ กับการเกิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จึงมีการนำแนวคิดเรื่องอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (industrial ecology) มาประยุกต์เข้ากับการพัฒนาเศรษฐกิจแบบยั่งยืน ซึ่งผนวกกันแล้ว ก็คือแนวคิดของอุตสาหกรรมเชิงนิเวศนั่นเอง รู้จักกับ นิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (นาง อัญชลี ชวนิชย์) ให้ความหมายไว้อย่างชัดเจนว่า นิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ หมายถึง การบูรณาการ การเชื่อมโยง การพึ่งพาอาศัยกัน นวัตกรรม และการแลกเปลี่ยนของเสียเป็นทรัพยากร เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมที่ยังยืน Integration, networking, symbiosis, innovation and waste to resource towards industrial sustainable development. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นหน่วยงานแรกของประเทศที่นำแนวคิดเรื่องอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศมาใช้ปฏิบัติจริงเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งในประเทศไทยที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดูแล โดยร่วมมือกับสำนักงานความร่วมมือทางวิชาการของเยอรมัน (RTZ) ดำเนินโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศและเครือข่ายระหว่างปี พ.ศ. 2545 2547 โดยมีการเตรียมการโครงการมาตั่งแต่ปี พ.ศ. 2543 เพื่อปรับปรุงให้นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 29 แห่งในปัจจุบัน และที่จะพัฒนาขึ้นในอนาคต เช่น เมืองยาง เป็นต้น ปฏิบัติตนตาม หลักการของการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ ซึ่งหมายถึง การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ บนหลักการ eco concept นิคมอุตสาหกรรมเป็นแกนกลาง (nucleus) ในการรวมกลุ่มโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมในการร่วมมือกันดำเนินการจัดทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ทั้งด้านวัตถุดิบ พลังงาน น้ำ และ ของเสีย รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบข้าง ความร่วมมือระหว่างโรงงานอุตสาหกรรมตามแนวคิด eco concept ก่อให้เกิดประโยชน์โดยรวม ต่อทั้งนิคมอุตสาหกรรมและชุมชนรอบข้าง มากกว่าผลประโยชน์ของแต่ระโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่ละโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม นำแนวคิดหลักการ eco concept ไปใช้เป็นบันไดขั้นสุดท้ายของ environmental management tool ซึ่งเริ่มมาจาก waste minimization, clean technology, ISO 14001, responsible care และเข้าสู่การเป็น eco industry ในที่สุด ผลที่ได้จากการพัฒนา นิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเศรษฐนิเวชของประเทศไทย จะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม และชุมชน ดังนี้ ผลต่อภาคอุตสาหกรรม ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการทรัพยากร พลังงาน และการแปรรูปของเสีย ไม่ต้องเสียค่าปรับเนื่องจากปฏิบัติไม่เป็นไปตามกฏระเบียบข้อบังคับ ดำเนินธุรกิจร่วมกัน เพิ่มความสำเร็จโดยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัตถุดิบ ลดการใช้พลังงานและลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดและกำจัดของเสีย เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันเพื่อแย่งชิงตลาดการค้าในระดับโลก เนื่องจากดำเนินธุรกิจโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลต่อสิ่งแวดล้อม ลดแหล่งกำเนิดมลพิษและของเสีย ลดความต้องการการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ พัฒนาโดยใช้หลักการการพัฒนาแบบยั่งยืน เป็นตัวอย่างการดำเนินธุรกิจโดยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลต่อชุมชน ลดการสร้างผลกระทบต่อชุมชนและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน สร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน สร้างงานและอาชีพใหม่ ลดการปล่อยน้ำเสียและขยะมูลฝอย ลดงบประมาณในการสร้างระบบบำบัดน้ำเสียและระบบกำจัดขยะมูลฝอยของชุมชน เป้าหมายและแนวทางการพัฒนา นิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวช มีเป้าหมายเพื่อ ลดการใช้ทรัพยากร ลดผลเสียหารที่เกิดกับสิ่งแวดล้อมโดยลดผลกระทบของมลพิษที่ระบายจากโรงงานต่างๆ ซึ่งอาศัยการใช้ซ้ำ การแปรรูป หรือการผลิตใหม่ เกิดการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อม ลดการสร้างผลกระทบต่อชุมชน และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน ในขณะเดียวกันนั้น สามารถเพิ่มความสำเร็จทางธุรกิจโดยลดค่าใช้จ่ายในการชื้อวัตถุดิบ ลดการใช้พลังงาน และลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดและกำจัดของเสีย โดยการขยายขอบเขตเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายของนิคมอุตสาหกรรมและโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ที่ต่างดำเนินกิจการของตนเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายข้างต้น การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศจึงใช้กลยุทธ์ดังนี้ บรูณาการหรือหลอมรวมเข้ากับธรรมชาติ โดยออกแบบนิคมอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับคุณลักษณะและข้อจำกัดของระบบนิเวศที่พบท้องถิ่น ออกแบบภูมิทัศน์โดยให้มีการฟื้นฟูระบบนิเวศตามธรรมชาติ และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เน้นประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน โดยหมุนเวียนพลังงานระหว่างอาคารสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งคิดค้นหาแหล่งของพลังงานทดแทน หมุนเวียนวัสดุและการจัดการของเสียภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยเน้นการป้องกันมลพิษโดยเฉพาะอย่างยิ่งสารมลพิษต่างๆ มีการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่และมีการแปรรูปมากที่สุด ลดความเสี่ยงของวัสดุมีพิษโดยจัดให้มีการกำจัดของเสียในระดับนิคมอุตสาหกรรม และเชื่อมโยงนิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศเข้ากับธุรกิจเอกชนที่ตั้งอยู่โดยฐานะผู้ผลิตและผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยผ่านระบบเครือข่ายการแลกเปลี่ยนและแปรรูปทรัพยากร อนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ โดยออกแบบการหมุนเวียนน้ำเพื่อการประหยัดและลดมลพิษ การดำเนินงานเพื่อพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้การพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศสัมฤทธิ์ผล การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงร่วมกับสำนักงานความร่วมมือทางวิชาการของเยอรมัน ( GTZ ) ภายใต้โครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศและเครือข่าย จัดตั้งคณะทำงานขึ้นรวม 5 ชุด ประกอบด้วยคณะทำงานด้านนโยบายด้านพัฒนาศักยภาพของพนักงาน ด้านโครงการนำร่อง ด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมใหม่ และด้านระบบตอบโต้และจัดการภาวะฉุกเฉิน นอกจากนั้นยังกำหนดวิธีการ benchmarking และจัดตั้งศูนย์สืบค้นข้อมูลและจัดทำเว็บไซต์ด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เพื่อรองรับการดำเนินการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศอีกด้วย นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ตั้งอยู่ที่ ตำบล มาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง บนเนื้อที่ 9000 ไร่มีโรงงานนิคมฯ รวมทั้งสิ้น 89 โรงงาน ดำเนินกิจกรรมนำร่องด้านศูนย์เครือข่ายข้อมูลสารสนเทศด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย และระบบรายงานผล นิคมอุตสาหกรรมบางปู ตั้งอยู่ที่ ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ บนเนื้อที่ 5800 ไร่ มีโรงงานในนิคมฯ รวมทั้งสิ้น 280 โรงงาน มีกิจกรรมนำร่องคือการดำเนินการศูนย์ Logistic และศูนย์จัดเก็บเอกสาร นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ ตั้งอยู่ที่ ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูล บนเนื้อที่ 1800 ไร่ มีโรงงานในนิคมฯ รวมทั้งสิ้น 65 โรงงาน ดำเนินการศูนย์แลกเปลี่ยนของเสียเพื่อทำรีไซเคิล นิคมอุตสาหกรรมอีสเทร์นซีบอร์ด ตั้งอยู่ที่ ทางหลวงหมายเลข 331 กม. 91.5 ตำบลปลวกแดง อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง บนเนื้อที่ 6600 ไร่ มีโรงงานในนิคมฯ รวมทั้งสิน 105 โรงงาน ดำเนินการด้านการจัดการทรัพยากรน้ำครบวงจร นิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร ตั้งอยู่ที่ ถนนบางนา-ตราด กม. 57 ตำบลคลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี บนเนื้อที่ 5550 ไร่ มีโรงงานในนิคมฯ รวมทั้งสิ้น 185 โรงงาน ดำเนินการด้านศูนย์บริการแรงงาน ซึ่งครอบคลุมการพัฒนาฝีมือ จัดฝึกอบรม สร้างเครือข่ายงานบริการผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไป เมืองยาง นิคมอุตสาหกรรมเมองยางเชิงเศรษฐนิเวศหรือที่เรียกสั้นๆ ว่า เมืองยาง จะได้รับการพัฒนาขึ้นระหว่างปี พศ. 2546-2548 ในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ระยะที่ 2 ชึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 1.115 ไร่ ณ ตำบลฉลุย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัด สงขลา โดยจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย กล่าวคือจะมีการควบคุมให้มีการระบายของเสียน้อยที่สุดนำของเสียที่เกิดขึ้นไปใช้เป็นทรัพยากรเพื่อการผลิต โดยเอื้อประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่นใกล้เคียง และมีการอนุรักษ์พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ โดยใช้แนวคิดนี้ตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้และการออกแบบชึ่งครอบคลุมการศึกษาและออกแบบระบบสาธารณูปโภคที่สนับสนุนการอนุรักษ์น้ำการนำน้ำและน้ำเสียมาใช้ใหม่ และเทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียแบบปิดวงจร การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำในเขตนิคมอุตสาหกรรม การใช้วัตถุธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าโดยเน้นเชื้อเพลิงที่หาได้ในท้องถิ่น เป็นต้น ศูนย์สืบค้นข้อมูลดานการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ ตั้งอยู่ชั้น 6 ของอาคารการนิคมแห่งประเทศไทย ถนนนิคมมักกะสัน เป็นศูนย์ที่รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศและเครือข่าย และการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ ในรูปของสือหลากหลายประเภท ได้แก่หนังสือ บทความ แผ่นพับ CD ROM แผ่นดิสเก็ต คู่มือ รายงาน และนิตยสาร เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการสืบต้นข้อมูล จึงได้มีการพัฒนาโปรแกรม ไว้รับรองการสืบค้นข้อมูลที่ต้องการทราบโดยง่ายด้วย เวบไซต์ www.ecobizthai.net ประด้วยเมนูต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ ได้แก่ เศรษฐนิเวศ โครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง กิจกรรมความเคลื่อนไหว การให้บริการ เครือข่ายการค้า คำถามคำตอบ และกระดานข่าว เป็นต้น แม้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสำนักงานความร่วมมือทางวิชาการของเยอรมัน (GTZ) จะเป็นผู้สนับสนุน อำนวยความสะดวกและผลักดันให้เกิดการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ ก็ตาม แต่การพัฒนาจะไม่ส่งผลการยกระดับคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม พร้อมๆ กับที่เพิ่มความสำเร็จทางธุรกิจได้ หากปราศจากความร่วมมือและร่วมปฏิบัติของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงผู้ที่มีส่วนในการพัฒนา และผู้ที่มีส่วนร่วมในฐานะผู้ปฏิบัติงาน บุคคลเหล่านี้คือเจ้าของกลยุทธ์ที่นำมาใช้เพื่อประโยชน์ร่วมกันของทุกฝ่ายและส่วนรวม ร่วมกันพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ ผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนา ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม โรงงานและผู้ประกอบการ คือตัวจักรสำคัญในการนำแนวคิดนิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศไปใช้ในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรม โรงงานหรือสถานประกอบการของตน พร้อมควบคุมดูแลว่าได้รับการปฏิบัติตามแนวคิดอย่างจริงจัง โดยให้การสนับสนุนการศึกษาความเป็นไปได้ การออกแบบ การก่อสร้าง และการดำเนินการของนิคมอุตสาหกรรม โรงงานหรือสถานประกอบการของตนนั้น สอดคล้องกับแนวคิดและแนวปฏิบัติของการพัฒนาเชิงเศรษฐนิเวศ (eco concept) โดยนิคมอุตสาหกรรมพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ (eco-industrial estate) และโรงงานอุตสาหกรรมก็จะเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ (eco-industry) หน่วยงานภาครัฐ มีบทบาทส่งเสริมสนับสนุนนโยบายด้านการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเชิงเศรษฐนิเวศ ผู้มีส่วนร่วมในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ประกอบด้วยโรงงานอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ ผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม บริษัทที่ให้บริการด้านต่างๆ บริษัทที่รับแลกเปลี่ยนและซื้อขาย บริษัทที่รับกำจัดหรือบำบัดของเสีย เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ และชุมชนท้องถิ่น ขั้นตอนแรกของความพยายามเพื่อให้เกิดความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนั้น คือผนึกพลังความร่วมมือ เพื่อเริ่มตนแสวงหาเป้าหมายร่วมกัน และแบ่งปันทรัพยากร อันนำไปสู่ค่าใช้จ่ายและส่งเสริมความเจริญทางด้านเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยมิทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม หรือสังคมไม่มีความมั่นคงการสนับสนุนให้เกิดความร่วมมือในลักษณะดังกล่าว คือความท้าทายประการแรกและมีความสำคัญยิ่ง |
||||||||